Monday, 6 February 2023

กลิ่นปากและโรคเหงือก แก้อย่างไร ?

03 Jan 2023
48

ปก-กลิ่นปากและโรคเหงือก แก้อย่างไร

เมื่อคุณมีกลิ่นปาก และลมหายใจของคุณมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่าอาย และอาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องเข้าสังคมหรือการใกล้ชิดกับผู้อื่น ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสาเหตุของกลิ่นปากให้ดียิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ นี่คือสาเหตุที่เป็นไปได้ 6 ประการที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก รวมถึงวิธีจัดการ :

1.คุณไม่ได้ดูแลเหงือกและฟันของคุณอย่างเหมาะสม

คราบพลัคที่สะสมรอบๆ ฟันของคุณเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปาก เมื่อแบคทีเรียในคราบพลัคย่อยเศษอาหารในปากของคุณ แบคทีเรียจะปล่อยแก๊สที่ทำให้ลมหายใจของคุณมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

วิธีที่ดีที่สุดในการช่วยป้องกันปัญหานี้คือ การแปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟันเพื่อขจัดคราบพลัคและเศษอาหารที่ติดอยู่ในส่วนที่เข้าถึงได้ยากระหว่างซอกฟันของคุณออก

2.คุณอาจกำลังจะมีปัญหาสุขภาพเหงือก

กลิ่นปาก อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นอย่างหนึ่งของปัญหาสุขภาพเหงือก เนื่องจากมีสาเหตุมาจากการสะสมของคราบพลัครอบๆ ฟันของคุณ ถ้าไม่ขจัดคราบพลัคออกอาจก่อให้เกิดปัญหาเลือดออกขณะแปรงฟันและเหงือกบวม ซึ่งเป็นอาการของปัญหาเหงือกอักเสบ (gingivitis) หากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพเหงือกที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น

เพื่อช่วยป้องกันปัญหาเหงือกอักเสบ (gingivitis) ให้แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เช่น พาโรดอนแทกซ์ ซึ่งเป็นสูตรพิเศษที่ช่วยลดคราบพลัคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.สิ่งที่คุณดื่มและรับประทาน

ถ้าคุณรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หัวหอม และเครื่องเทศต่างๆ ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ลมหายใจของคุณมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ชั่วคราว วิธีที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้มีกลิ่นปากจากอาหารเหล่านี้คือหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีกลิ่นแรง

4.คุณเป็นผู้สูบบุหรี่หรือเคี้ยวยาสูบ

การสูบบุหรี่ ไปป์ การใช้ยานัตถุ์หรือการเคี้ยวยาสูบ ทั้งหมดนี้จะทำให้ลมหายใจของคุณมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้เกิดคราบบนผิวฟันและอาจทำให้คุณมีความเสี่ยงสูงที่จะมีปัญหาสุขภาพเหงือก คุณควรเลิกสูบบุหรี่เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี เพื่อฟันขาวอย่างเป็นธรรมชาติและลมหายใจสดชื่นยิ่งขึ้น

5.คุณอยู่ระหว่างการลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วนหรือการลดน้ำหนักที่จำกัดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตอาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดกลิ่นปาก ทั้งนี้เนื่องจากขณะที่ร่างกายถูกบังคับให้ต้องสลายไขมัน ร่างกายจะสร้างสารเคมีที่เรียกว่าคีโตนออกมา คีโตนเหล่านี้ถูกปล่อยเข้าสู่ลมหายใจของคุณทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นปากชนิดนี้สามารถแก้ไขได้โดยเปลี่ยนการควบคุมอาหารของคุณเท่านั้น

6.คุณมีปัญหาสุขภาพร่างกาย

พบได้ไม่บ่อยนักที่ปัญหาสุขภาพร่างกายบางอย่างจะทำให้ลมหายใจของคุณมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปัญหาอย่างหนึ่งคือ ‘ปากแห้ง’ หรือชื่อทางการแพทย์คือ ‘ซีรอสโทเมีย (xerostomia)’ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีการขัดขวางการไหลของน้ำลายในปาก ซึ่งสามารถทำให้ลมหายใจมีกลิ่นเนื่องจากน้ำลายจะช่วยให้ความชุ่มชื้นในปาก และล้างพวกแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก

โรคกลิ่นปาก สาเหตุส่วนใหญ่ประมาณ 90 % มาจากภายในช่องปาก เพราะ กลิ่นปาก เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งในปาก ไปทำการย่อยสลายสารประกอบประเภทโปรตีนที่ตกค้างอยู่ในช่องปากและลำคอ ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นขึ้น

เหงือกอักเสบ

สาเหตุที่สำคัญและพบได้บ่อยที่สุดคือ

การมีฝ้าขาวบนลิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โคนลิ้นด้านใน สำหรับสาเหตุอื่นๆในช่องปากยังมีอีกมากมาย เช่น ฟันผุ ยิ่งฟันผุเป็นรูลึก ยิ่งมีกลิ่นเหม็นมาก หรือมีเศษอาหารตกค้างอยู่ตามซอกฟัน โรคเหงือกอักเสบซึ่งเกิดจากการแปรงฟันไม่สะอาด ทำให้มีแผ่นคราบฟันและหินปูนสะสม หากไม่ได้รับการรักษาโรคเหงือกอักเสบก็จะลุกลามมากขึ้นกลายเป็นโรคปริทันต์อักเสบซึ่งจะมีกลิ่นเหม็นรุนแรงยิ่งขึ้น

สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นปากคือ

ภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ เมื่อมีน้ำลายน้อย เชื้อโรคต่างๆจะตกค้างอยู่ในช่องปากเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดกลิ่นมากขึ้น ในบางขณะจะมีการหลั่งของน้ำลายลดลงตามธรรมชาติก็จะทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เช่น เวลานอน ภาวะอดอาหาร หรือหิว ตลอดจนภาวะเครียด อาชีพที่ใช้เสียงมากๆ เช่น ครู ทนายความ จะมีผลให้น้ำลายลดลง ทำให้มีกลิ่นปากได้เช่นกัน ดังนั้น น้ำ จึงเป็นยาที่ดีที่สุดในการลดกลิ่นปาก

สรุปว่ากลิ่นปาก เกิดได้จากหลายๆ สาเหตุ การรักษาคือ

การแก้ไขสาเหตุเหล่านั้น ประกอบกับการปรับพฤติกรรมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีในช่องปาก ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าปล่อยให้ปากแห้ง และการดื่มน้ำจะช่วยขจัดแบคทีเรียและช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในช่องปาก ช่วยขจัดคราบบนลิ้นและเสมหะในลำคอ ตลอดจนเศษอาหารที่ติดอยู่ตามร่องของทอนซิล และทำให้มีน้ำลายเพิ่มขึ้น  ฉะนั้นควรแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในช่องปากให้เหมาะสมที่ไม่ทำให้ปากแห้ง

แต่ถ้าหากยังมีกลิ่นปากอย่างเรื้อรัง ขอแนะนำให้ไปพบทันตแพทย์ เพื่อทำการซักประวัติ ทั้งในเรื่องของโรคประจำตัวและการดูแลอนามัยภายในช่องปากและตรวจเพื่อหาสาเหตุของโรคต่อไป

สนับสนุนโดย ufa4k.vip