Saturday, 20 July 2024

ตาแห้ง แก้ยังไง ?

17 Feb 2023
325

ปก ตาแห้ง แก้ยังไง

“ โรคตาแห้ง ” โรคสุดฮิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของคนวัยทำงาน ความจำเป็นที่ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ทุกวัน และทุกเวลาของคนวัยทำงาน

foromarbella จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจถึงโรคตาแห้ง (DRY EYE) คือ การที่ปริมาณน้ำตาที่มาหล่อเลี้ยงให้ความชุ่มชื้นให้กับดวงตาเคลือบกระจกตาดำไม่พอ พบในผู้ป่วยทุกเพศและทุกวัย แต่พบบ่อยมากในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน  ตาแห้งเป็นโรคตาที่เกิดจากระบบต่อมน้ำตาทำงานผิดปกติ ทำให้มีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอหรือมีการระเหยของน้ำตาที่มากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการไม่สบายตา เช่น เคืองตา แสบตา ตาแห้ง เป็นต้น

โดยปกติน้ำตาถูกสร้างจากต่อมน้ำตา 2 กลุ่มได้แก่

– ต่อมน้ำตาที่เป็นเซลล์เล็กๆ ซึ่งฝังตัวอยู่บริเวณเยื่อเมือกที่คลุมตาขาวและด้านในของเปลือกตา มีหน้าที่ผลิตน้ำตาออกมาหล่อลื่นตาตลอดทั้งวัน ในภาวะปกติเรียกว่า Basic Tear Secretion

– ต่อมน้ำตาใหญ่ อยู่ใต้โพรงกระดูกเบ้าตาบริเวณหางคิ้ว มีหน้าที่ผลิตน้ำตาออกมาเฉพาะเวลาที่มีอารมณ์ต่างๆ เช่น อาการเจ็บปวด ระคายเคืองตา ดีใจหรือเสียใจ เรียกว่า Reflex Tearing

อาการของโรคตาแห้ง

– แสบตา

– ระคายเคืองตาเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา

– มองเห็นภาพไม่ชัด

– ต้องหรี่ตาหรือหลับตาเมื่อสัมผัสกับแสง

– แสบตาง่ายเมื่อลมพัดเข้าตา

ตาแห้งจนเป็นตาแดง

สาเหตุและปัจจัยของโรคตาแห้ง

– สิ่งแวดล้อม เช่น ลมแรง และสภาพอากาศแห้ง

– จ้องอุปกรณ์ดิจิทัล เช่นโทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน

– อายุมากขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิง

– ยา เช่น ยารักษาสิว และยารักษาโรคภูมิแพ้

– การผ่าตัดหนังตาหรือการใช้เครื่องสำอางบริเวณดวงตา

– การใส่คอนแทคเลนส์

ผลที่ตามมาจากภาวะตาแห้ง

– หากปล่อยให้มีภาวะตาแห้งโดยไม่ทำการรักษา อาจส่งผลให้เกิดภาวะอื่นๆ ตามมา เช่น

– การอักเสบของเปลือกตา

– การดึงรั้งของเปลือกตาทำให้ขนตาลงมาทิ่มตา

– กระจกตาเป็นแผล

ผลเสียที่เกิดจากภาวะตาแห้งคืออะไร?

โรคนี้จะส่งผลโดยตรงทำให้ผิวกระจกตาอักเสบ เนื่องจาก เมื่อมีอาการระคายเคืองตา คนส่วนใหญ่มักขยี้ตา จึงทำให้ตาติดเชื้อแบคทีเรีย จนอาจส่งผลทำให้ตาแดง และอักเสบได้นั่นเอง

วิธีการรักษา และป้องกันโรคตาแห้ง

– ใช้น้ำตาเทียม

– เลี่ยงการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลต่อเนื่องเป็นเวลานาน

– พักสายตาทุกๆ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง โดยมองไปที่ไกล ๆ อย่างน้อย 6 เมตร นาน 2-5 นาที

– พบจักษุแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

การหยอดตาให้ตาชุ่มชื้น

วิธีและขั้นตอนในการอุดรูระบายน้ำตามี 2 วิธี คือ

การอุดแบบชั่วคราว และการอุดแบบถาวร สำหรับการอุดแบบชั่วคราว จักษุแพทย์จะสอดคอลลาเจนขนาดเล็กเข้าสู่ไปในรูท่อน้ำตา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตาขึ้น โดยคอลลาเจนจะสลายไปเองภายใน 3 สัปดาห์ สำหรับผู้ป่วยที่มีตาแห้งมาก จักษุแพทย์จะอุดรูระบายน้ำตาแบบถาวรให้ ทั้งนี้จะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

ลดอาการตาแห้ง ด้วยอาหาร 4 ประเภท

กินอาหารลดอาการตาแห้ง

– กล้วย กินกล้วยทุกวัน เพราะกล้วยมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งจะทำงานร่วมกับโซเดียมเพื่อรักษาภาวะสมดุลน้ำในร่างกาย และช่วยให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นอยู่เสมอ

– ถั่ว ประเภทนัท (Nut) ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะวอลนัต ควรรับประทานวันละประมาณ 1 กำมือ เพราะถั่วประเภทนี้มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว หรือกรดไขมันโอเมก้า-3 สูง ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำตา

– ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่าหรือปลาแซลมอน เพราะมีกรดไขมันที่จำเป็นหรือโอเมก้า-3 ด้วย

– น้ำมัน ปอ (Flexseed oil) หรือน้ำมันเมล็ดลินิน จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมกรดไขมันโอเมก้า-3 อย่างเพียงพอ โดยรับประทานวันละ 1 ช้อนโต๊ะ หรือผสมในซีเรียลแล้วรับประทานก็ได้

ปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม

– หลีก เลี่ยงการทำงานในบริเวณที่มีแสงจ้าและลมแรง เพราะจะทำให้ตาแห้งเร็ว ควรใส่แว่นกันแดดช่วย โดยเลือกแว่นขนาดใหญ่ที่มีขอบด้านข้าง เพื่อช่วยลดการระเหยของน้ำตา

– หลีก เลี่ยงสถานที่ที่มีอากาศแห้ง และเย็นจัด เช่น ห้องปรับอากาศ ตลอดจนหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นละอองและควันต่าง ๆ เช่น บุหรี่ ซึ่งจะทำให้เกิดการระคายเคืองตา

– อย่าเป่าลมร้อนจากเครื่องเป่าผมเข้าตาโดยตรง รวมทั้งปรับไม่ให้เครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมเป่าโดนตาหรือใบหน้าโดยตรง

– พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนไม่พออาจทำให้ตาแห้งและตาแดงช้ำ เนื่องจากเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงดวงตาบวม การพักผ่อนให้สมดุลจึงดีต่อดวงตาที่สุด

สนับสนุนโดย ufa079.co